Shanghai Fashion Week สร้าง Virtual Runway + Live Stream ทลายขนบแฟชั่นโชว์เดิมๆ

Shanghai-Fashion-Week

ขึ้นชื่อว่า “ประเทศจีน” อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น! ดังเช่นสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่น และสินค้า Luxury Brand ระดับโลกปาดเหงื่อกับยอดขายร่วงไปตามๆ กัน! แต่สำหรับที่ดินแดนมังกร COVID-19 ไม่อาจทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นในจีนหยุดหมุนได้! เพราะพี่จีนมองหา “โอกาสใหม่” เสมอ

กรณีศึกษาล่าสุดคือ Shanghai Fashion Week หนึ่งในงานแฟชั่นโชว์ใหญ่ของประเทศจีน ได้จัดงานแสดงคอลเลคชั่น Autumn – Winter 2020 เมื่อวันที่ 24 – 30 มีนาคมที่ผ่านมา ถือเป็นรายแรกที่กล้าฉีกขนบธรรมเนียมรูปแบบการจัด Fashion Week ที่เราคุ้นเคยกันมา

นั่นคือ แต่ไหนแต่ไรมารูปแบบการจัดงาน Fashion Week หรือแม้แต่งานแฟชั่นโชว์ บางโชว์ที่ไม่ได้เปิดเป็น Public ผู้เข้าชมจะต้องมีบัตรเชิญ หรือตั๋วเข้าชม ถึงจะเข้าไปดูได้ และแต่ละโชว์มีจำนวนที่นั่งจำกัด โดยที่นั่งแถวหน้า หรือที่เรียกว่า Front Row ถูกจัดไว้ให้กับ Buyer, คนที่มีอิทธิพลในวงการแฟชั่น และเหล่า Celebrity ระดับ A-List

New York Fashion Week
Photo Credit : FashionStock.com / Shutterstock.com

ถึงแม้ก่อนหน้านั้นงาน Milan Fashion Week และ Paris Fashion Week ได้ทดลอง Live Streaming แต่ทำเฉพาะบางโชว์เท่านั้น และมีการแสดงแฟชั่นโชว์ของแบรนด์หรูบางแบรนด์เริ่มทำ Live Stream แล้ว เช่น Burberry เปิดตัวคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2020 ที่งาน London Fashion Week

ทว่าสำหรับงาน “Shanghai Fashion Week” ในปีนี้ เมื่อตัดสินใจเดินหน้าต่อท่ามกลางสถานการณ์วิกฤต COVID-19 ได้ทำในรูปแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบตั้งแต่ต้นจนจบโชว์ ประกอบด้วย

  • ใช้เทคโนโลยีสร้าง Virtual Runway หรือ Cloud Fashion Runway

  • ผนึกกำลังกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ B2C ยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง TMall ในเครือ Alibaba เพื่อ Live Streaming การเดินแฟชั่นโชว์จาก “ดีไซเนอร์และแบรนด์” มากกว่า 150 แบรนด์ จำนวนสินค้ากว่า 1,000 ชิ้น

Shanghai-Fashion-Week

Photo Credit : Alibaba
  • มีฟีเจอร์ See Now, Buy Now เมื่อผู้บริโภคเห็นดีไซน์ชุดไหน ก็สามารถ Pre-Order สินค้าได้เลย ทำให้แบรนด์สามารถ connect กับคนที่เป็นแฟนของแบรนด์ และผู้บริโภคได้โดยตรงแบบ Real-time”  

  • ผู้บริโภคสามารถดูการแสดงแฟชั่นย้อนหลังได้

ผลปรากฏว่าเพียงวันแรกที่ Live Stream “Virtual Runway” มียอดผู้ชมกว่า 2.5 ล้านวิว และเมื่อสิ้นสุดมียอดวิวรวมกันทั้งหมดกว่า 11 ล้านวิว สร้างยอดขายได้กว่า 20 ล้านหยวน หรือประมาณ 2.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Shanghai-Fashion-Week

Photo Credit : Alizila

“อุตสาหกรรมแฟชั่นของประเทศจีนเติบโตอย่างมากในช่วงหลายปีมานี้ ขณะเดียวกันได้เข้าสู่ยุคใหม่ของพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ และโอกาสที่ไม่มีขีดจำกัด ซึ่งคงเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งหาก COVID-19 มาเป็นอุปสรรคปิดกั้นแบรนด์ และผู้ที่มีความสามารถด้านแฟชั่น เพื่อแสดงผลงานของพวกเขา ดังนั้นในฐานะที่เราเป็นเวทีที่สนับสนุนผู้ที่มีความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ เราจึงต้องผลักดันงานนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้”Xiaolei Lv รองประธานผู้จัดงาน Shanghai Fashion Week เล่าถึงรายละเอียด

ทางด้าน Mike Hu ผู้บริหาร Tmall Fashion, Luxury และ FMCG เล่าว่า Shanghai Fashion Week ในครั้งนี้ ได้ผสานเข้ากับเทคโนโลยีขั้นแอดวานซ์ของ Alibaba เช่น Live Streaming, Short-form Video, DingTalk แพลตฟอร์มเพื่อการประชุมและสนทนาจากทางไกล และ Tmall Flagship 2.0 เป็นเทคโนโลยีทดลองสินค้าได้แบบเสมือจริง ทั้งหมดนี้เพื่อต้องการยกเวทีแฟชั่นโชว์มาอยู่ตรงหน้าผู้บริโภค และยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง

“การเปิดตัว Cloud Launch ในครั้งนี้ ได้สร้างปรากฏการณ์การเปิดตัวสินค้ารูปแบบใหม่ จากแทนที่ผู้ร่วมงานต้องเดินทางไปงานแถลงข่าวเปิดตัวสินค้าใหม่ และใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ชั่วโมง แบรนด์สามารถ Engage กับผู้บริโภคได้ต่อเนื่อง และสามารถ Live Broadcast ในงานอีเว้นท์ และสัมภาษณ์บุคคลที่น่าสนใจหลังงานอีเว้นท์ก็ได้ ในขณะเดียวกันเข้าถึงผู้ชมได้ตั้งแต่หลักพัน ไปจนถึงนับล้านคน จากเดิมงานอีเว้นท์แบบ Physical รองรับคนได้เต็มที่หลักร้อยเท่านั้น”

Shanghai-Fashion-Week

Photo Credit : Alibaba

Shanghai Fashion Week” จิ๊กซอว์สำคัญต่อภาพเซียงไฮ้ “เมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์” ระดับโลก

Shanghai Fashion Week เริ่มต้นขึ้นในปี 2001 เจ้าภาพคือนครเซียงไฮ้ โดยมีกระทรวงพาณิชย์ให้การสนับสนุน และบริษัทที่ดูแลการจัดงานคือ Shanghai Textile Group พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือกับสถานฑูต – สถานกงสุลประเทศต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในเซียงไฮ้

“เซียงไฮ้” เป็นศูนย์กลางระหว่างประเทศหลายด้าน เช่น เศรษฐกิจ, การค้าการลงทุน, การเงิน และยังเป็นเมืองแรกของประเทศจีนที่มี “อุตสาหกรรมความคิดสร้างสรรค์” (Creative Industry) เช่น เป็นที่ตั้งของสตูดิโอดีไซน์, ภาพยนตร์, เพลง และในปี 2010 “เซียงไฮ้” ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์กับ UNESCO (UNESCO Creative Cities Network) ในฐานะ “เมืองแห่งการออกแบบ” (City of Design) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการนำเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ มาเป็นแกนหลักสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

Shanghai City

จาก Purpose ดังกล่าว และการร่วมมือร่วมใจกันของทุกภาคส่วน ส่งผลให้ทุกวันนี้ “Creative Industry” ของมหานครเซียงไฮ้เติบโตต่อเนื่องทุกปี

อย่างในปี 2013 มูลค่าอุตสาหกรรมความคิดสร้างสรรค์ของเซียงไฮ้อยู่ที่ 255.5 พันล้านหยวน เติบโต 11.8% จากปีก่อน มาถึงปี 2018 เพิ่มขึ้นเป็น 423 พันล้านหยวน เติบโต 8.9% จากปีก่อน ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ หรือการออกแบบ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม และทรานส์ฟอร์มเศรษฐกิจ

ดังนั้น Shanghai Fashion Week เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญของการต่อภาพความเป็นเมืองแห่งการออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์ของเซียงไฮ้ ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน และแข่งขันได้บนเวทีระดับโลก

ขณะเดียวกันเป็นการสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ของจีน และดึงดูดให้แบรนด์ต่างประเทศ – แบรนด์ระดับโลกแสดงผลงานคอลเลคชันใหม่ จึงเป็นโอกาสของแบรนด์แฟชั่นที่ต้องการเจาะตลาดจีน เพราะเวลานี้ Global Brand ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “ลูกค้าจีน” คือ ลูกค้าที่มีศักยภาพและใหญ่สุดของโลก

Shanghai People

4 Big Four” ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการ Fashion Week ของโลก

ทั้งนี้งาน Fashion Week เป็นงานแสดงศักยภาพและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแฟชั่นของแต่ละประเทศ โดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลาในการจัดงานประมาณ 1 อาทิตย์ โดยงานที่จัดต่อเนื่องมายาวนาน มี 4 Big Four ที่ถือว่าทรงอิทธิต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก คือ

  • New York Fashion Week

  • London Fashion Week

  • Milan Fashion Week

  • Paris Fashion Week

ทุกวันนี้ทั้ง 4 มหานครใหญ่นี้ ยังคงเป็น “ศูนย์กลางแฟชั่น” ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

London Fashion Week

Photo Credit : Creative Lab / Shutterstock.com

อย่างไรก็ตามนอกจาก 4 Big Four แห่งแฟชั่นวีคระดับโลกแล้ว หลายประเทศก็ต้องการผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นของตนเอง โดยจะเลือกเมืองหลวง หรือเมืองหลักมาเป็นสถานที่จัดแสดง

สำหรับจุดประสงค์หลักๆ ของการที่แต่ละประเทศต้องการจัดเทศกาล Fashion Week ของตัวเอง นั่นเพราะ

  • เป็นการรวมตัวกันของคนในวงการแฟชั่น และสื่อสารถึงทิศทางเทรนด์แฟชั่น
  • สร้างการรับรู้ในคอลเลคชั่นใหม่ เพื่อนำไปสู่การซื้อขายต่อไป
  • สร้างการเติบโตด้านรายได้ให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นของประเทศนั้นๆ
  • ส่งเสริม Talent ของประเทศตนเอง พร้อมทั้งดึงดูด Talent จากต่างประเทศเข้าม
  • เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจความคิดสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy เพื่อสร้างการยอมรับในสายตานานาชาติ ซึ่งแฟชั่นคือหนึ่งในนั้น
  • ดึงดูดบรรดาแบรนด์แฟชั่นระดับโลกเข้ามาลงทุน
  • เป็นกลยุทธ์ Branding เมือง ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ปัจจุบัน Fashion Week และงานแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ต่างๆ ในหลายประเทศได้พัฒนาด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสานในการแสดง เพื่อปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ทั้งการแข่งขันมากขึ้น, การซื้อขาย, พฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตอยู่บนออนไลน์ตลอดเวลา และต้องการความรวดเร็ว

เหมือนเช่นวันนี้ได้เห็นการนำเทคโนโลยีมาสร้าง Virtual Runway และนำ Live Streaming มาเชื่อมต่อโดยตรงกับผู้บริโภคในวงกว้าง และ Buyer ได้แบบ Real-time เพื่อในที่สุดแล้วช่วยเพิ่มการเข้าถึง และประสิทธิภาพในด้านยอดขาย 

สนับสนุนโดย : canada-goosejackets